งานมีความเร่งด่วนเกินกว่าที่จะสามารถวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานด่วนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ แต่เมื่อ “ด่วนเกินไปจนไม่มีเวลาวางแผน” กลายเป็นเรื่องปกติในแต่ละวัน ความรู้สึกเหมือนต้องวิ่งตามงานตลอดเวลา จะเริ่มกัดกินพลังใจ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญอย่างเป็นระบบ


ความเร่งด่วนที่ต่อเนื่อง คือสัญญาณของระบบที่ไม่มีพื้นที่ให้วางแผน

ตัวอย่างของสถานการณ์นี้ได้แก่:

  • ได้รับมอบหมายงานแบบ “เดี๋ยวนี้” อยู่เป็นประจำ โดยไม่มีบริบทหรือข้อมูลเพียงพอ
  • ไม่มีเวลาวิเคราะห์ แก้ไข หรือทบทวนสิ่งที่ทำ เพราะต้องรีบส่งงานถัดไป
  • แผนงานเดิมถูกแทรกแซงตลอดเวลา จนทำให้เสียสมาธิและเสียโฟกัส
  • หัวหน้าหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับ “เร็ว” มากกว่า “แม่นยำ” หรือ “รอบคอบ”

เมื่อคุณรู้สึกว่าไม่มีเวลาจะหายใจ ความผิดพลาดก็มักตามมา

ผลกระทบจากความเร่งด่วนเกินไป ได้แก่:

  • คุณภาพของงานลดลง เพราะไม่มีเวลาทบทวน
  • พนักงานรู้สึกเครียดและไม่มั่นใจในผลงานที่ส่งไป
  • ทีมขาดทักษะการเรียนรู้จากประสบการณ์ เพราะทำเสร็จแล้วก็ต้องรีบทำอันใหม่ทันที
  • เกิดวัฒนธรรม “ตามน้ำ” ไม่กล้าตั้งคำถามหรือปรับกระบวนการทำงาน

แนวทางรับมือ: บริหารพลังงาน และวาง “กรอบเล็กๆ” ที่พอเป็นไปได้

ถึงแม้จะหลีกเลี่ยงงานด่วนไม่ได้ แต่วิธีรับมือที่ดีสามารถช่วยลดผลกระทบได้:

  • วางกรอบเวลาขั้นต่ำ เช่น ขอเวลา 15 นาทีเพื่อทำความเข้าใจโจทย์ก่อนเริ่มงาน
  • ใช้ Checklist สั้นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งจำเป็นไม่หลุดออกจากงาน แม้จะต้องรีบ
  • สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่า “ระยะเวลานี้อาจส่งผลต่อคุณภาพ” หากสถานการณ์จำเป็น
  • รวบรวมข้อมูลหลังส่งงานเสร็จ เช่น สิ่งที่น่าจะทำให้ดีขึ้น เพื่อนำไปปรับใช้ในอนาคต

งานด่วนไม่จำเป็นต้องแปลว่า “งานลวก” ถ้าเราวางระบบคิดไว้แม้ในช่วงเวลาสั้น

คุณสามารถมีพื้นที่คิด แม้จะมีเวลาน้อย

การเตรียมใจ เตรียมเครื่องมือ และเตรียมวิธีสื่อสารล่วงหน้า คือกุญแจสำคัญที่ทำให้งานด่วนไม่กลายเป็นงานเสีย และทำให้คุณไม่เสียศักยภาพเพราะความเร่งรีบ


หากคุณรู้สึกว่า กำลังจมอยู่กับงานด่วน ลองหยุดสั้นๆ เพื่อทบทวนว่า คุณจะสามารถสร้าง “เวลาคิด” แม้เพียงเล็กน้อย ได้จากตรงไหน แล้วเริ่มต้นเล็กๆ จากตรงนั้น

Free Joomla templates by Ltheme