วัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการทำงานล่วงเวลามากเกินไป
การทำงานล่วงเวลา อาจเป็นเรื่องปกติในบางช่วงที่งานเร่งด่วนหรือมีเป้าหมายสำคัญ แต่เมื่อมันกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำ หรือกลายเป็น “บรรทัดฐานที่ไม่ได้พูด” ว่าพนักงานที่อยู่ดึกคือคนที่ทุ่มเทมากกว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมที่บั่นทอนสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความสัมพันธ์ส่วนตัวของพนักงาน
อยู่ดึกไม่ใช่เก่งเสมอไป และกลับบ้านตรงเวลาก็ไม่ได้แปลว่าไม่ใส่ใจ
วัฒนธรรมส่งเสริม OT มักปรากฏในรูปแบบต่าง ๆ เช่น:
- หัวหน้าหรือผู้บริหารอยู่ดึกเสมอ และมองว่าใครกลับเร็วคือไม่ทุ่มเท
- ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของงาน ทำให้ทุกอย่างกลายเป็น “ด่วน”
- มีการยกย่องหรือให้เครดิตกับคนที่ทำงานล่วงเวลา โดยไม่สนใจผลลัพธ์จริง
- การวางแผนงานไม่รัดกุม ทำให้ต้องทำงานแก้ไขในช่วงนอกเวลาปกติ
สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานรู้สึกว่า ถ้าอยากให้เห็นคุณค่า ต้องยอมเสียสมดุลชีวิต
วัฒนธรรม OT สะสม = แรงงานที่หมดไฟ
ผลกระทบจากการทำงานล่วงเวลาจนกลายเป็นนิสัยองค์กร ได้แก่:
- พนักงานเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ จนส่งผลต่อประสิทธิภาพในระยะยาว
- ชีวิตส่วนตัวถูกรบกวน ความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือกับตนเองเริ่มห่างเหิน
- ลดแรงบันดาลใจ เพราะรู้สึกว่าชีวิตมีแต่งานโดยไม่มีพื้นที่อื่น
- เสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ (burnout) ที่ยากจะฟื้นฟูได้หากสะสมต่อเนื่อง
และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ การทำให้คนคิดว่า “ความเหนื่อยคือเครื่องหมายของความเก่ง”
แนวทางรับมือ: ทำงานให้ดีในเวลาที่เหมาะสม และกล้าสื่อสารอย่างมืออาชีพ
คุณสามารถตั้งขอบเขตของตัวเองได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิด:
- วางแผนงานในแต่ละวันให้ชัดเจน และโฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุดก่อน
- หมั่นประเมิน workload และแจ้งหัวหน้าเมื่อมีงานเกินกว่าที่สามารถทำได้ในเวลาปกติ
- หากจำเป็นต้องทำล่วงเวลา ให้บันทึกไว้เพื่อสะท้อนภาระงานที่แท้จริงต่อองค์กร
- สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เช่น “งานนี้เร่งมากไหมคะ ถ้าไม่เร่งขออนุญาตทำต่อในวันพรุ่งนี้นะคะ เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้นค่ะ”
- ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างจริงจัง เพราะไม่มีงานไหนสำคัญกว่าการรักษาตัวคุณไว้ให้ยืนระยะได้
การเคารพเวลาเลิกงาน คือการเคารพชีวิตของตัวคุณเอง
คุณสามารถทุ่มเทกับงาน โดยไม่ต้องสูญเสียความสมดุลในชีวิต และคุณมีสิทธิ์ที่จะขอพื้นที่ให้กับตัวเอง โดยไม่รู้สึกผิดหรือต้องแข่งขันกับ “ความเหนื่อย” ของใคร
หากคุณกำลัง รู้สึกผิดทุกครั้งที่กลับบ้านตรงเวลา ขอให้รู้ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรรู้สึกผิดเลย และคุณมีสิทธิ์ทำงานอย่างเต็มที่ในเวลาทำการ โดยไม่ต้องสูญเสียตัวตนและชีวิตส่วนตัว