เพื่อนร่วมงานมีความขัดแย้งกันเองจนส่งผลต่อการทำงานร่วมกัน

ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เรื่องผิดหรือเลวร้ายเสมอไป เพราะในทุกที่ที่มีคน ก็ย่อมมีความต่างของมุมมองและบุคลิกภาพ แต่เมื่อความขัดแย้งนั้นไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม และเริ่มลุกลามจนกระทบการทำงานของทีมโดยรวม ก็อาจกลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนบรรยากาศ และผลลัพธ์ของงานได้


ความขัดแย้งที่ไม่เคลียร์ อาจกลายเป็น “สนามอารมณ์” แทนที่สนามทำงาน

รูปแบบที่พบบ่อยของความขัดแย้งที่ส่งผลต่อการทำงาน เช่น:

  • การหลีกเลี่ยงไม่พูดคุยกัน ทำให้การประสานงานขาดความลื่นไหล
  • การประชดประชัน หรือแสดงพฤติกรรมเชิงลบใส่กันในที่ทำงาน
  • แบ่งพรรคแบ่งพวกในทีม ทำให้เกิดบรรยากาศไม่เป็นกลาง
  • ไม่ยอมรับหรือไม่ให้ความร่วมมือเมื่อต้องทำงานร่วมกัน

หากปล่อยไว้ บาดแผลเล็กๆ อาจกลายเป็นรอยร้าวในทีมทั้งทีม

ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงมากกว่าที่คิด:

  • ทีมเสียเวลาไปกับการจัดการอารมณ์แทนที่จะโฟกัสกับงาน
  • สมาชิกคนอื่นรู้สึกไม่ปลอดภัยในการแสดงออกหรือเสนอความคิดเห็น
  • ลดความเชื่อมั่นในระบบการบริหารของทีม
  • กระทบเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ควรจะได้จากการทำงานร่วมกัน

แนวทางรับมือ: สื่อสารด้วยความเข้าใจ และแยก “ประเด็น” ออกจาก “อารมณ์”

หากคุณอยู่ในทีมที่เพื่อนร่วมงานมีความขัดแย้งกันเอง วิธีที่อาจช่วยได้คือ:

  • รักษาท่าทีเป็นกลาง และไม่รีบเข้าข้างใครโดยไม่มีข้อมูลรอบด้าน
  • หากมีโอกาส พยายามชวนทั้งสองฝ่ายกลับมามองเป้าหมายของงานร่วมกัน
  • แยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจน เช่น การไม่พูดถึงประเด็นส่วนตัวในการประชุม
  • หากคุณได้รับผลกระทบโดยตรง ให้สื่อสารกับหัวหน้าหรือผู้มีอำนาจในการจัดการอย่างตรงไปตรงมา โดยใช้ข้อเท็จจริงมากกว่าความรู้สึก

การจัดการความขัดแย้งในทีม ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องรักกันเสมอไป แต่หมายถึงการอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ให้ความขัดแย้งกลายเป็นอุปสรรคของงาน

ความต่างไม่ใช่ภัย หากเราใช้ใจที่เป็นกลางในการรับมือ

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่คุณสามารถเป็นคนที่ช่วยรักษาบรรยากาศของการทำงาน ด้วยการไม่เติมเชื้อไฟ และเลือกยืนอยู่ในพื้นที่แห่งความร่วมมือ


หากคุณกำลัง อยู่ในทีมที่มีความขัดแย้ง ลองเริ่มต้นจากการรักษาความชัดเจนของบทบาทและเป้าหมายของตัวเอง แล้วค่อยๆ ส่งอิทธิพลบวกเล็กๆ ผ่านพฤติกรรมของคุณเอง

Free Joomla templates by Ltheme