สำรวจทัศนคติทางการเงินส่งผลต่อการเกษียณอย่างไร

ทัศนคติทางการเงิน (Financial Attitude) ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนพฤติกรรมการตัดสินใจทางการเงินของเรา ตั้งแต่เรื่องการใช้จ่าย การออม ไปจนถึงการลงทุน ทัศนคติเหล่านี้มีรากฐานมาจากประสบการณ์ในวัยเด็ก การเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมทางสังคม และค่านิยมส่วนตัว การทำความเข้าใจทัศนคติทางการเงินของตนเองจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการวางแผนเพื่อการเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ


ทัศนคติทางการเงินที่พบบ่อยและผลกระทบต่อการเกษียณ

เราสามารถแบ่งทัศนคติทางการเงินออกเป็นกลุ่มกว้างๆ ได้หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็ส่งผลต่อแนวทางการวางแผนเกษียณที่แตกต่างกัน:

  • 1. ผู้ใช้จ่าย (Spenders):
    • ทัศนคติ: เน้นความสุขในปัจจุบัน ชอบใช้เงินเพื่อซื้อประสบการณ์ สิ่งของ หรือตอบสนองความต้องการทันที เชื่อว่า "ชีวิตมีครั้งเดียว" และ "หามาก็ใช้ไป"
    • ผลกระทบต่อการเกษียณ: มักมีปัญหาในการออมเงิน ไม่ชอบวางแผนระยะยาว อาจรู้สึกว่าการออมเป็นเรื่องน่าเบื่อหรือเป็นการจำกัดอิสระ ทำให้มีเงินไม่เพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ หรือต้องเกษียณช้ากว่าที่วางแผนไว้
    • แนวทางแก้ไข: ฝึกบันทึกรายรับรายจ่าย สร้างงบประมาณที่สมดุล และค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนการออมแบบอัตโนมัติ ให้รางวัลตัวเองอย่างมีขีดจำกัด
  • 2. ผู้เก็บออม (Savers):
    • ทัศนคติ: ให้ความสำคัญกับการเก็บออม ชอบความมั่นคงและปลอดภัย รู้สึกกังวลหากไม่มีเงินเก็บเพียงพอ เชื่อว่า "มีเงินเก็บแล้วอุ่นใจ"
    • ผลกระทบต่อการเกษียณ: มีวินัยในการออมสูง สามารถสร้างเงินเก็บได้ดี แต่บางครั้งอาจเก็บออมมากเกินไปจนไม่ได้ใช้ชีวิตในปัจจุบันเท่าที่ควร หรือไม่กล้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูงที่อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
    • แนวทางแก้ไข: ศึกษาเรื่องการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เงินงอกเงยอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อความสุขและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน
  • 3. ผู้มีความเสี่ยงสูง (Risk-Takers):
    • ทัศนคติ: ชอบความท้าทาย มองเห็นโอกาสในความเสี่ยง เชื่อมั่นในความสามารถของตนเองในการสร้างผลตอบแทนสูงๆ จากการลงทุนที่ผันผวน
    • ผลกระทบต่อการเกษียณ: อาจประสบความสำเร็จอย่างมากหากตัดสินใจได้ถูกต้องและตลาดเป็นใจ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมากหากผิดพลาด ทำให้แผนเกษียณไม่เป็นไปตามที่คาดไว้
    • แนวทางแก้ไข: ควรมีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางเพื่อกระจายความเสี่ยง และไม่ลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
  • 4. ผู้หลีกเลี่ยง (Avoiders):
    • ทัศนคติ: ไม่ชอบพูดถึงหรือจัดการเรื่องเงิน รู้สึกว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องที่ซับซ้อน น่าเบื่อ หรือทำให้เครียด จึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงหรือไม่สนใจ
    • ผลกระทบต่อการเกษียณ: เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะไม่มีการวางแผนเกษียณที่ดี ทำให้เมื่อถึงเวลาเกษียณอาจประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก
    • แนวทางแก้ไข: เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจการเงินขั้นพื้นฐานง่ายๆ ทีละน้อย หาผู้ช่วยหรือปรึกษานักวางแผนการเงิน เพื่อให้มีคนช่วยแนะนำและจัดการเรื่องที่ดูซับซ้อนให้ง่ายขึ้น

การทำความเข้าใจทัศนคติของตัวเอง

คุณสามารถสำรวจทัศนคติทางการเงินของตัวเองได้โดยการตั้งคำถามกับตัวเอง เช่น:

  • คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อพูดถึงเรื่องเงิน?
  • อะไรคือความทรงจำแรกสุดที่คุณมีเกี่ยวกับเงิน?
  • คุณให้คุณค่ากับอะไรมากกว่ากันระหว่างความสุขในปัจจุบันกับความมั่นคงในอนาคต?
  • คุณรู้สึกปลอดภัยหรือกังวลกับการลงทุนที่มีความเสี่ยง?

การเข้าใจว่าทัศนคติเหล่านี้มีอิทธิพลต่อคุณอย่างไร จะช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และเสริมสร้างพฤติกรรมที่ดีเพื่อการวางแผนเกษียณที่ประสบความสำเร็จ


"ทัศนคติทางการเงินของคุณคือเข็มทิศ ที่จะนำทางคุณไปสู่ชีวิตเกษียณในแบบที่คุณต้องการ หรืออาจพาคุณหลงทางได้"

Free Joomla templates by Ltheme