กลยุทธ์ทางพฤติกรรมที่ช่วยการออมเงินได้มีประสิทธิภาพ
การออมเงินเพื่อการเกษียณไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขและการวางแผนทางการเงินที่ซับซ้อนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและนิสัยส่วนบุคคลอย่างลึกซึ้ง บ่อยครั้งที่เราวางแผนไว้อย่างดี แต่กลับทำตามไม่ได้ การนำกลยุทธ์ทางพฤติกรรมมาปรับใช้จะช่วยให้การออมเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเป็นการทำงานร่วมกับธรรมชาติของมนุษย์ แทนที่จะฝืนตัวเอง
1. กำหนดค่าเริ่มต้นที่ดีที่สุด (Set Defaults for Success)
มนุษย์เรามักเลือกสิ่งที่ง่ายที่สุดหรือไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น การใช้หลักการนี้ในการออมเงินจะช่วยได้มาก
- หักบัญชีอัตโนมัติ: กำหนดให้เงินจำนวนหนึ่งถูกหักจากบัญชีของคุณโดยอัตโนมัติเพื่อเข้าสู่บัญชีเงินออมหรือกองทุนลงทุนทันทีที่เงินเดือนเข้า วิธีนี้ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะออมหรือไม่ และจะออมเท่าไหร่ในแต่ละเดือน
- เข้าร่วมโครงการที่หักเงินอัตโนมัติ: หากที่ทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ควรเข้าร่วมและพยายามเพิ่มอัตราการสมทบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเงินจะถูกหักก่อนถึงมือคุณ
2. เพิ่มการออมเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น (Save More Tomorrow - SMarT)
เป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อเอาชนะอคติกับปัจจุบัน โดยการให้คุณยินยอมที่จะเพิ่มการออมในอนาคต
- สมัครใจเพิ่มการออมอัตโนมัติ: ตกลงที่จะเพิ่มสัดส่วนการออมของคุณทุกครั้งที่คุณได้รับการขึ้นเงินเดือน หรือเมื่อมีรายได้พิเศษเข้ามา คุณจะรู้สึกว่าภาระไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะเงินที่ออมมากขึ้นนั้นมาจากส่วนที่เพิ่มขึ้นของรายได้
- เชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญ: เช่น เมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่ง, ได้โบนัสก้อนใหญ่, หรือจ่ายหนี้บางอย่างหมด ให้ถือโอกาสนั้นเพิ่มยอดเงินออมทันที
3. สร้างกรอบความคิดที่ดี (Framing for Motivation)
วิธีที่เรามองและคิดถึงเรื่องการออมเงินมีผลอย่างมากต่อพฤติกรรมของเรา
- เปลี่ยนคำพูด: แทนที่จะคิดว่า "ฉันต้องออมเงิน" ซึ่งฟังดูเป็นภาระ ลองเปลี่ยนเป็น "ฉันกำลังสร้างอิสรภาพทางการเงิน" หรือ "ฉันกำลังลงทุนเพื่อชีวิตที่สุขสบายในอนาคต"
- เปรียบเทียบกับความสูญเสีย: ลองคิดดูว่าหากไม่ออมเงิน วันข้างหน้าคุณจะสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง เช่น การได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ การได้ท่องเที่ยว หรือการไม่ต้องกังวลเรื่องเงินยามชรา
- ให้รางวัลตัวเอง (Smart Rewards): กำหนดรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ที่จับต้องได้ เมื่อบรรลุเป้าหมายการออมย่อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจ แต่ต้องเป็นรางวัลที่ไม่บ่อนทำลายเป้าหมายหลัก
4. ใช้ประโยชน์จากการควบคุมตนเองแบบจำกัด (Leverage Limited Self-Control)
เราทุกคนมีขีดจำกัดในการควบคุมตัวเอง การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการออมจะช่วยลดการใช้พลังงานในการต่อสู้กับสิ่งล่อใจ
- หลีกเลี่ยงสิ่งล่อใจ: พยายามลดโอกาสที่จะใช้เงินเกินตัว เช่น ลดการเข้าชมเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือหลีกเลี่ยงการไปเดินห้างสรรพสินค้าโดยไม่มีความจำเป็น
- ทำให้การเข้าถึงเงินออมยากขึ้น: แยกบัญชีเงินออมออกจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำวัน และพยายามเลือกช่องทางการลงทุนที่ไม่ได้ถอนง่ายๆ เพื่อป้องกันการนำเงินออมมาใช้ก่อนเวลาอันควร
5. สร้างความรับผิดชอบ (Build Accountability)
การมีคนคอยติดตามหรือรับผิดชอบร่วมกันจะช่วยให้เรามุ่งมั่นกับเป้าหมายมากขึ้น
- บอกเป้าหมายให้คนใกล้ชิด: แบ่งปันเป้าหมายการออมของคุณกับคู่ชีวิต เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นกำลังใจหรือคอยเตือนได้
- หาเพื่อนร่วมออม: การมีเพื่อนที่มีเป้าหมายเดียวกันจะช่วยให้เกิดการแข่งขันเชิงบวกและการแลกเปลี่ยนความรู้
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: การทำงานร่วมกับนักวางแผนการเงินหรือโค้ชทางการเงิน สามารถช่วยให้คุณมีแผนที่ชัดเจนและมีคนคอยติดตามความคืบหน้า
การนำกลยุทธ์ทางพฤติกรรมเหล่านี้มาปรับใช้ จะช่วยให้การออมเงินเพื่อการเกษียณของคุณไม่ใช่แค่เรื่องของการตั้งใจ แต่เป็นการลงมือทำอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
"การออมเงินไม่ใช่การฝืนใจ แต่คือการเข้าใจตัวเอง แล้วหาวิธีที่ทำให้เราทำได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน"