AI มีกี่แบบ แล้วแบบไหนที่ใกล้ตัวเราที่สุด

เมื่อเราพูดถึง AI (ปัญญาประดิษฐ์) บ่อยครั้งภาพที่เรานึกถึงอาจเป็นหุ่นยนต์ที่เหมือนมนุษย์ในภาพยนตร์ไซไฟ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่ฉลาดล้ำจนแยกไม่ออกว่ากำลังคุยกับมนุษย์หรือเครื่องจักร แต่ในความเป็นจริงแล้ว AI ที่เราใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันไม่ได้มีความสามารถแบบนั้นทั้งหมด AI มีหลายระดับ หลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีความสามารถที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำความเข้าใจประเภทของ AI จะช่วยให้เรามองเห็นภาพที่ถูกต้องว่า AI ทำอะไรได้บ้างในตอนนี้ และสิ่งที่เราจินตนาการไว้ในอนาคตนั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน มันช่วยให้เราแยกแยะระหว่างความเป็นจริงและความคาดหวังที่เกินจริง และยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจข่าวสารและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้าน AI ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ AI ทั้ง 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Narrow AI, General AI และ Super AI เพื่อให้คุณเข้าใจความสามารถและข้อจำกัดของ AI ในแต่ละระดับอย่างถ่องแท้


ระดับความฉลาดของ AI

1. Narrow AI (AI เฉพาะทาง): ความฉลาดที่จำกัด

Narrow AI หรือ Artificial Narrow Intelligence (ANI) คือ AI ประเภทที่พบเห็นได้มากที่สุดในปัจจุบัน และเป็น AI ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน AI ชนิดนี้มีความสามารถในการทำงานที่ "เฉพาะเจาะจง" เพียงอย่างเดียว หรือทำงานในขอบเขตที่จำกัดมากๆ ตามที่ถูกออกแบบมาเท่านั้น มันจะเก่งกาจและเหนือกว่ามนุษย์ในงานนั้นๆ แต่ไม่สามารถนำความรู้หรือทักษะไปประยุกต์ใช้กับงานอื่นนอกเหนือจากที่โปรแกรมไว้ได้เลย ลองนึกภาพเครื่องคิดเลข มันสามารถคำนวณเลขได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์มาก แต่มันไม่สามารถเขียนบทกวี หรือขับรถได้ AI เฉพาะทางก็เช่นกัน มันถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาที่จำเพาะเจาะจง และจะทำได้ดีเยี่ยมในงานนั้นๆ เท่านั้น ตัวอย่างของ Narrow AI ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวัน:

  • ระบบแนะนำสินค้า/เพลง/วิดีโอ: เช่น Netflix แนะนำหนัง, Spotify แนะนำเพลง, หรือ Amazon แนะนำสินค้าที่คุณน่าจะชอบ พวกมันเก่งในการวิเคราะห์พฤติกรรมและความชอบของคุณ แต่ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้
  • ผู้ช่วยส่วนตัวในสมาร์ทโฟน: Siri, Google Assistant, Alexa สามารถตอบคำถามเฉพาะทาง ตั้งนาฬิกาปลุก หรือเปิดเพลงได้ แต่ไม่สามารถมานั่งโต้เถียงปรัชญาชีวิตกับคุณได้
  • ระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition): AI ที่ใช้ในการปลดล็อกโทรศัพท์ หรือแท็กใบหน้าเพื่อนในรูปภาพ เก่งเรื่องการจดจำใบหน้า แต่ไม่สามารถวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกจากใบหน้านั้นได้
  • รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ: ระบบช่วยเหลือการขับขี่ หรือแม้แต่รถยนต์ไร้คนขับในปัจจุบันจัดเป็น Narrow AI เพราะมันทำงานได้ดีเยี่ยมในการขับรถบนท้องถนน แต่ไม่สามารถทำงานอื่น เช่น ทำอาหาร หรือทำงานเอกสารได้
  • ระบบแปลภาษา: Google Translate สามารถแปลภาษาได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งอาจยังขาดความเข้าใจในบริบททางวัฒนธรรมหรือสำนวนที่ซับซ้อน
  • ระบบกรองสแปมในอีเมล: AI สามารถแยกอีเมลขยะออกจากอีเมลปกติได้อย่างแม่นยำ
  • AI ที่เล่นหมากรุกหรือหมากล้อม: อย่าง AlphaGo หรือ Deep Blue ที่เอาชนะแชมป์โลกได้ พวกมันเป็นเลิศในเกมนั้นๆ แต่ไม่เข้าใจความหมายของชัยชนะหรือความพ่ายแพ้

ข้อดีของ Narrow AI คือความสามารถที่โดดเด่นในงานเฉพาะทาง ทำให้เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดข้อผิดพลาด และช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของมันคือการขาดความสามารถในการคิดนอกกรอบ หรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยถูกโปรแกรมไว้

2. General AI (AI ทั่วไป): ความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์

General AI หรือ Artificial General Intelligence (AGI) คือ AI ที่มีความสามารถในการทำงานทางสติปัญญาได้ในระดับที่เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับมนุษย์ในทุกๆ ด้าน AI ชนิดนี้จะสามารถ คิด วิเคราะห์ เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และประยุกต์ใช้ความรู้จากโดเมนหนึ่งไปสู่อีกโดเมนหนึ่งได้ เหมือนกับที่มนุษย์ทำได้ ถ้า Narrow AI คือ "ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง" ที่เก่งสุดๆ ในเรื่องเดียว General AI ก็คือ "อัจฉริยะรอบด้าน" ที่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แก้ไขปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน หรือแม้แต่มีความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกได้ ลักษณะสำคัญของ General AI:

  • การเรียนรู้และทำความเข้าใจ: สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์และข้อมูลใหม่ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น
  • การใช้เหตุผลและการแก้ปัญหา: สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและหลากหลาย รวมถึงปัญหาที่ไม่เคยถูกสอนมาก่อน
  • ความเข้าใจภาษาธรรมชาติ: สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงความหมายแฝง อารมณ์ และบริบท
  • ความคิดสร้างสรรค์: สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ เช่น ศิลปะ ดนตรี หรือแนวคิดทางวิทยาศาสตร์
  • การรับรู้และปฏิสัมพันธ์: สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ในปัจจุบัน General AI ยังคงเป็นแนวคิดและเป้าหมายในการวิจัย ยังไม่มี AI ใดที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น General AI อย่างแท้จริง แชทบอทอย่าง ChatGPT แม้จะดูเหมือนฉลาดมากและสามารถโต้ตอบได้หลากหลาย แต่ก็ยังจัดอยู่ในกลุ่ม Narrow AI ขั้นสูง เพราะมันยังคงทำงานภายใต้ข้อจำกัดของข้อมูลที่ถูกฝึกมา และไม่สามารถใช้เหตุผลหรือมีความเข้าใจในโลกได้อย่างแท้จริงเหมือนมนุษย์ การสร้าง General AI ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการ AI และเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักวิจัยหลายคน หากวันหนึ่ง General AI เกิดขึ้นได้จริง มันจะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปอย่างมหาศาล และอาจนำไปสู่ยุคใหม่ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3. Super AI (AI ที่เหนือกว่ามนุษย์): ความฉลาดขั้นสูงสุด

Super AI หรือ Artificial Super Intelligence (ASI) คือ AI ที่มีความสามารถทางสติปัญญาที่ เหนือกว่ามนุษย์ในทุกๆ ด้านอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่ในบางงาน แต่ในทุกๆ แง่มุม ทั้งความสามารถในการคิด การวิเคราะห์ การเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ถ้า General AI คือ "อัจฉริยะรอบด้าน" ที่เทียบเท่ามนุษย์ Super AI ก็คือ "อัจฉริยะที่เหนือกว่าอัจฉริยะ" มันจะมีความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ ปรัชญา และศิลปะที่ลึกซึ้งกว่ามนุษย์มาก สามารถค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่มนุษย์ไม่เคยคาดคิด และอาจมีความตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ด้วย ลักษณะของ Super AI:

  • สติปัญญาทั่วไปที่เหนือกว่า: สามารถทำงานทางสติปัญญาได้ดีกว่ามนุษย์ในทุกๆ งาน
  • ความสามารถในการพัฒนาตนเอง: สามารถพัฒนาปรับปรุงตนเองให้ฉลาดขึ้นได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องพึ่งการเขียนโปรแกรมจากมนุษย์อีกต่อไป (Self-improving AI)
  • ความเข้าใจโลกอย่างลึกซึ้ง: สามารถเข้าใจโครงสร้างและกลไกของจักรวาลในระดับที่เหนือกว่ามนุษย์
  • ความสามารถในการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด: สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อน

Super AI ยังเป็นเพียงแนวคิดทางทฤษฎี และเป็นเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปมากในอนาคต นักวิจัยบางคนเชื่อว่าเมื่อ General AI เกิดขึ้นแล้ว Super AI อาจตามมาอย่างรวดเร็ว (เรียกว่า "Singularity") เนื่องจาก AI สามารถพัฒนาตนเองได้แบบทวีคูณ แต่ก็มีนักวิจัยอีกกลุ่มที่เชื่อว่าการสร้าง Super AI อาจเป็นไปไม่ได้ หรืออาจใช้เวลาอีกหลายศตวรรษ ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ Super AI คือเรื่องของ จริยธรรมและความปลอดภัย หาก AI ฉลาดล้ำเหนือมนุษย์มาก การควบคุมทิศทางของมันจะเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง นี่คือเหตุผลที่การวิจัยด้านจริยธรรม AI เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพื่อวางรากฐานให้พร้อมรับมือกับศักยภาพอันยิ่งใหญ่ (และอาจเป็นอันตราย) ของ AI ในอนาคต


การประยุกต์ใช้ในบริบทที่ต่างกัน

การทำความเข้าใจประเภทของ AI มีความสำคัญอย่างยิ่งในการประยุกต์ใช้และวางแผน:

  • สำหรับนักศึกษา: การรู้ว่า AI ประเภทใดทำอะไรได้ ช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือ AI ที่เหมาะสมกับงาน เช่น ใช้ Narrow AI สำหรับการแปลภาษาหรือสรุปข้อความ แทนที่จะคาดหวังให้มันคิดวิเคราะห์งานวิจัยทั้งชิ้นให้คุณ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ได้อย่างสมเหตุสมผล หากคุณสนใจการพัฒนา AI คุณจะรู้ว่างานวิจัยส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังคงเน้นที่ Narrow AI และการก้าวไปสู่ AGI ยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่
  • สำหรับพนักงานออฟฟิศและผู้ประกอบการ SME: การลงทุนในเทคโนโลยี AI ควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถูกต้อง คุณควรมองหาโซลูชัน Narrow AI ที่ตอบโจทย์ปัญหาธุรกิจเฉพาะของคุณ เช่น ระบบ CRM ที่ใช้ AI วิเคราะห์ลูกค้า, Chatbot สำหรับบริการลูกค้า หรือ AI สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด ไม่ควรกำหนดความคาดหวังว่า AI จะสามารถ "เข้ามาบริหารจัดการ" ธุรกิจทั้งหมดได้เองโดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
  • สำหรับฟรีแลนซ์และผู้ที่ต้องการรายได้เสริม: คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก Narrow AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณได้ เช่น ใช้ AI ช่วยสร้างสรรค์เนื้อหา (แต่คุณยังต้องเป็นคนตรวจทานและปรับแต่ง), ใช้ AI ในการออกแบบกราฟิกเบื้องต้น, หรือใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ การเข้าใจข้อจำกัดของ AI จะทำให้คุณใช้งานมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่คาดหวังมากเกินไปจนผิดหวัง
  • สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีแต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ: การแยกแยะประเภทของ AI จะช่วยให้คุณไม่ถูกชี้นำโดยข่าวสารที่เกินจริง หรือความตื่นเต้นที่ไร้ข้อมูล คุณจะสามารถประเมินนวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างมีวิจารณญาณ และเข้าใจว่าการพูดคุยเรื่อง "AI ครองโลก" นั้นยังห่างไกลจากความเป็นจริงในปัจจุบันมากแค่ไหน

ทบทวนกันอีกครั้ง

เราได้เรียนรู้ว่า AI สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามระดับความฉลาดและความสามารถ: Narrow AI ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเป็น AI ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้, General AI ที่มีความฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ในทุกๆ ด้านและยังคงเป็นเป้าหมายการวิจัย, และ Super AI ที่เหนือกว่ามนุษย์ในทุกมิติและยังเป็นเพียงแนวคิดทางทฤษฎี

การทำความเข้าใจความแตกต่างของ AI ทั้งสามประเภทนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ช่วยให้เรามีมุมมองที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับศักยภาพและข้อจำกัดของ AI ในปัจจุบัน และสามารถแยกแยะระหว่างสิ่งที่ AI ทำได้จริง กับสิ่งที่เป็นเพียงจินตนาการในอนาคตได้

ปัจจุบันนี้ เราทุกคนต่างอยู่ในยุคของ Narrow AI ซึ่งได้นำประโยชน์มหาศาลมาสู่ชีวิตประจำวันและการทำงานของเรา การทำความเข้าใจและเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จาก Narrow AI อย่างชาญฉลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวคุณเองและธุรกิจของคุณในอนาคตอันใกล้ ส่วน General AI และ Super AI นั้น ยังคงเป็นเรื่องราวที่เราต้องติดตามและร่วมกันกำหนดทิศทางเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกคน

Free Joomla templates by Ltheme